Archive

Posts Tagged ‘ชีวิต’

เพราะชีวิตคนเรามีแค่ 21,900 วันเท่านั้น

กรกฎาคม 6, 2008 ใส่ความเห็น

เพราะชีวิตคนเรามีแค่ 21,900 วันเท่านั้น
คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี

1 ปี เท่ากับ 365 วัน
แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน
คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที
ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม…ไม่เลว 3,120 สัปดาห์

แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา
แทบเบือนหน้าจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับแถวหลังเพื่อรอวันลาโลก

เปล่าเลย ผมไม่ได้กลัวตาย ตรงกันข้าม ผมคิดว่าตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มันน้อยมาก
หากคำนวณในเชิงตัวเลข ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน เพลงอีกหลายเพลงที่ยังไม่ได้ฟัง
หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่เคยดู ความรู้สึกในใจมากมายที่ยังไม่เคยบอก
พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป

โอ๊ย…กลุ้ม สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามันน้อยเกินไปจริงๆ
และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้น คือ ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี

แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน
นั่นแสดงว่า บางคนไม่ได้มีเวลาอยู่บนพื้นโลกถึง 21,900 วันหรอกนะ
อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ
อุแม่เจ้า… 2 คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึงสามพันแล้วเหรอเนี่ย

คิดแบบนี้แล้วต้องรีบยกนาฬิกาขึ้นมาดู กางปฏิทินออกกว้างๆ
เพราะนี่คือวันเสาร์ที่เราเหลือ…บนพื้นโลก

นี่เรากำลังอ่านอะไรบ้าบอ อยู่เนี่ยคิดมากไร้สาระ ฟุ้งซ่าน(รู้นะว่าพวกเธอคิดอยู่) ….
ไม่เลย นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งนั้น หากเป็นความจริงที่เราไม่ค่อยได้มองมัน เอาล่ะ นี่คือ เรื่องจริงเรื่องหนึ่ง
ที่คนส่วนใหญ่มองข้ามมันไป งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 18 ปี แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,235 วัน และผ่านคืน
วันเสาร์มา ร้อยกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น…คำนวณเองบ้างซิว้อย!!!

เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลาที่(คาดว่าน่าจะ)เหลืออยู่ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะยังไงกับมันดี

แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวันๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้
เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า เงินเดือน

บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้งๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ ไม่ก็เห็นเพียงว่า
เพื่อนเรียน เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่ากูจะเป็นอะไรดี

บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น แต่กลับปล่อยให้หัวใจตัวเอง
เหลือแต่ความรู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน

บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวันๆ ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ มึงแน่ กูแน่ งอนการกุศล
ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ…ไอ้บ้า!!!

และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม ‘ฆ่าเวลา’ … ชีวิตมันว่างจัด ขนาดต้องนั่งฆ่าเวลากันเลย
บอกตรงๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี

อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน…แล้วนะ

ลองคิดแบบนี้บ้าง…ใช่แล้ว…เราจะเกิดความเสียดายเพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านอย่างที่เราไม่ได้ทำ

ตายได้ยังไงหากฝันไม่สำเร็จ…ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย
แต่ให้รีบทำทุกอย่างก่อน ที่จะตาย…ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้

เคยสงสัยมั้ย… ทำไมเราถูกกำหนดไม่ให้รู้วันตายของตัวเองเพราะมันจะทำให้เราไม่แยแสทุกสิ่งทุกอย่าง
และตอบสนองความต้องการของตัวเอง ทั้งในทางดีและทางชั่ว

และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่…มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า เอาแบบว่าถ้าตาย
วันพรุ่งนี้ก็จะได้นอนตาหลับ เกิดโชคดีไม่ตายขึ้นมาเราก็จะได้กำไรในการอยู่ต่อเพื่อทำสิ่งดีที่ยังค้างคา

ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า…พรุ่งนี้ชั้นจะตายแล้ว
ทำในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก
ตามฝันของเราไปสุดโต่ง…ต้องรีบแล้ว…เดี๋ยวตายยนะ…เตือนแล้วไง

รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย…
เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ)ตายแล้ว

ใช้เวลา(ที่อาจจะ)สุดท้ายที่มีต่อกันไว้ กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดสุดท้ายของเรา
นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อยๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอยให้สัมภาษณ์ยมบาล

คนข้างบ้านเดินหน้าแป้นแล้นมาบอกกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพูพร้อม
การ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง แต่เมื่อกี๊นี้ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทร.มา
ปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย… แต่กว่าที่คนเป็นแม่จะได้รู้ข่าวร้าย ก็
ปาไป 5 วัน ซองในมือผมกลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้กลายเป็นพวงหรีดและทั้งหมดกลายเป็น
แรงบันดาลใจที่อยากจะบอกว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน…แล้วนะ

อ้าว!!! รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ

เดี๋ยวตายซะก่อน…เสียดายแย่!!!

ชอบไม่ชอบบอกกันบ้างเด้อ จะได้หามาฝากอีก ร้งไห้ ร้งไห้ ร้งไห้

ข้อคิดเรื่องชีวิตและความรักเพื่อความสุขและการประเทืองปัญญา ….^_^

มิถุนายน 29, 2008 1 comment

ห่วงได้….แต่อย่าหวง

ได้ยินลูกสาวหลายๆคนบอกว่า พ่อรักมาก พ่อหวงลูกสาว  พ่อสอนไม่ให้รักใคร      แต่ให้รักตัวเองมากๆ  เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนในโลก ที่จะมารักลูกสาว เท่ากับที่พ่อรัก……..

พ่อที่สอนลูกแบบนี้   รักลูกสาวหรือ?
หวงลูกสาว  หวงเอาไว้ทำไม  เพื่ออะไร?
เพื่อให้ลูกกลายเป็นสาวทึนทึก?
ความรักของพ่อ คือ การกักขังลูกสาวไว้ ไม่ให้รักผู้ชายคนใด นอกจากพ่อของตัวเอง?
ความรักของพ่อ คือ การจำกัดสิทธิเสรีภาพ อิสรภาพของลูกสาว?

แท้จริง การหวงลูกสาว คือ  ความเห็นแก่ตัวของพ่อเองต่างหาก
พ่อไม่ต้องการแบ่งปันความรักของลูกสาว ไปให้ผู้ชายที่ลูกอาจรักได้มากกว่าที่รักพ่อ
พ่อต้องการเป็นหนึ่งเดียวในดวงใจลูกตลอดไป ไม่ต้องการให้มีใครมาแทนที่ในใจลูก
แล้วลูกสาวก็มีปัญหาจิตใจ   รักใครไม่เป็น   มีแต่ความหวาดระแวงว่าจะไม่มีใครมารักจริง
เพราะว่าพ่อ  สอนไว้อย่างนั้น   พ่อสอนว่า ในโลกนี้ไม่มีผู้ชายที่ดีพอสำหรับลูก
ลูกสาวจะรักหนุ่มคนไหน  มากไปกว่าพ่อของตัวเองไม่ได้
พอลูกสาวเริ่มจะรักหนุ่มคนไหน   ลูกก็จะเกิดความรู้สึกผิด  ผิดต่อพ่อ
ผิดที่ไปรัก  ไปคิดถึงเขา   อยากอยู่ใกล้เขา  มากกว่าที่อยากอยู่กับพ่อ
แล้วลูกสาวก็เกิดความขัดแย้งในใจ
ในที่สุด  หนุ่มก็ต้องจากไป   เพราะความไม่เข้าใจพฤติกรรมที่ขัดแย้ง
ไม่รู้ว่าเธอรักเขา หรือไม่รักกันแน่นะ
พอโดนหนุ่มทิ้ง   ลูกสาวก็จะคิดว่า…..ใช่สินะ…  พ่อพูดถูก
หารู้ไม่ว่า   ตัวเอง ทำตัวของตัวเองแท้ๆ    ทำให้หนุ่มต้องจากไป

พ่อที่ดี  ควรแสดงความรักต่อลูกสาวอย่างไร
ผมในฐานะพ่อ  ที่มีลูกสาวกำลังจะโตเป็นสาว
ความรักที่ผมมีต่อลูกสาว   เพื่อความสุขของลูกสาวเอง ไม่ใช่เพื่อตัวผม
ความรักที่ปรารถนาจะเห็นลูกสาวมีความสุข
ความรักที่ปรารถนาจะเห็นลูกสาวไม่มีความทุกข์ร้อนวิตกกังวล
ความรัก  ทีีพลอยยินดีในความสุขและความสำเร็จของลูกสาว
และทำใจปล่อยวาง  ในเรื่องที่ลูกอาจดื้อรั้น ผิดพลาดไป
หรือดันทุรัง ทั้งๆที่ได้แนะนำตักเตือนแล้ว
Read more…

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.